ทรัพย์สินก่อนสมรสเป็นสินส่วนตัว

ฎีกาที่ 805/2537

          ผู้ร้องกับจำเลยอยู่กินกันฉันสามีภริยามาประมาณ 32 ปีแล้ว เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2519 จึงจดทะเบียนสมรสกัน ต่อมาจำเลยกับผู้ร้องได้จดทะเบียนหย่ากันเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2532จำเลยมีชื่อเป็นเจ้าบ้านในทะเบียนบ้านพิพาทตามเอกสารหมาย จ.3มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าบ้านพิพาทเป็นของผู้ร้องแต่ผู้เดียวจริงหรือ ไม่ ผู้ร้องมีตัวผู้ร้องนายบุญเลิศ จูเปรมปรี บุตรผู้ร้อง นางแจ พรมอ่อน พี่ผู้ร้องมาเบิกความโดยผู้ร้องเบิกความว่า บ้านพิพาทเดิมเป็นของมารดาผู้ร้อง ต่อมามารดาผู้ร้องยกให้แก่ผู้ร้องเมื่อประมาณ40 ปีมาแล้ว พร้อมทั้งที่ดินที่ใช้ปลูกบ้านพิพาท ผู้ร้องได้ขอออกโฉนดที่ดินดังกล่าวและทางราชการได้ออกโฉนดที่ดินให้กับผู้ ร้องแล้วเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2515 ตามสำเนาใบไต่สวนเอกสารหมาย ร.1 และใบแทนโฉนดที่ดินเอกสารหมาย ร.2นายบุญเลิศเบิกความว่า บ้านพิพาทเป็นของผู้ร้องได้รับมรดกมาจากมารดา นางแจเบิกความว่า มารดายกบ้านและที่ดินให้แก่ผู้ร้องฝ่ายโจทก์มีตัวโจทก์เพียงผู้เดียวที่เบิก ความว่าทราบว่าเมื่อจำเลยแต่งงานอยู่กินกับผู้ร้องก็ได้รับอนุญาตจากบิดาและ มารดาผู้ร้อง
ให้สร้างบ้านอยู่ในที่ดินของบิดาและมารดาผู้ร้อง นอกจากนี้นายจง เหมือนแสง พยานโจทก์ยังเบิกความตอบคำถามค้านของทนายผู้ร้องสอดคล้องกับพยานผู้ร้องว่า บ้านหลังเก่าแต่เดิมเป็นของบิดาและมารดาผู้ร้องน่าเชื่อว่าบ้านพิพาทหลัง เดิมเป็นของบิดาและมารดาผู้ร้องต่อมาได้ยกให้แก่ผู้ร้องพร้อมทั้งที่ดิน ตามสำเนาใบไต่สวนเอกสารหมาย ร.1 และใบแทนโฉนดที่ดินเอกสารหมาย ร.2 ก่อนที่ผู้ร้องจดทะเบียนสมรสกับจำเลย ที่ดินดังกล่าวจึงเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้อง ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่าจำเลยรื้อบ้านหลังเดิมออกและปลูกสร้างบ้าน ขึ้นใหม่ด้วยเงินของจำเลยตามที่โจทก์อ้างหรือว่าเพียงแต่ต่อเติมเท่านั้นตาม ที่ผู้ร้องอ้าง ศาลฎีกาเห็นว่า พยานโจทก์มิได้ระบุว่าจำเลยเป็นผู้ออกเงินค่าก่อสร้าง ตัวจำเลยเองเป็นหนี้โจทก์เพียงสามหมื่นบาทเศษ ยังไม่มีเงินชำระหนี้ ไม่น่าเชื่อว่าจำเลยรื้อบ้านเก่าและปลูกสร้างบ้านใหม่ทั้งหมด จึงเชื่อว่ามีการต่อเติมบ้านตามที่ผู้ร้องนำสืบและบ้านที่ต่อเติมใหม่นี้มี ลักษณะถาวรติดที่ดิน จึงต้องถือว่าบ้านพิพาทที่ต่อเติมนี้เป็นส่วนควบของที่ดินที่ปลูกบ้าน และตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 107 เดิม(มาตรา 144 ใหม่) โจทก์จึงยึดบ้านพิพาทเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์ไม่ได้

           ปล.ทรัพย์สินที่ได้มาก่อนสมรสถือว่า เป็นสินส่วนตัว ของผู้ได้มา และจากคำวินิจฉัยของศาลในคดีนี้ยังให้หมายถึง บ้านที่ต่อเติมลงในที่ดินที่เป็นสินส่วนตัวก็ให้ถือว่า ตกเป็นกรรมสิทธิืของผู้ร้อง (เจ้าของที่ดินสินส่วนตัว)